เคล็ดลับความงาม

ในการ กำจัดขน มีอยู่หลายวิธีที่ว่ากันว่าทำให้เกิดปัญหาขนคุดตามมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการถอน การโกนหนวด หรือ แม้แต่การแวกซ์ขน ก็สามารถทำให้เกิดอาการที่เรียกว่าขนคุดได้ทั้งสิ้น ขนคุด คือ อาการงอกที่ผิดปกติของขนในร่างกายของเราที่ไม่ได้งอกออกมานอกผิวหนังตามปกติ แต่มันม้วนเข้าไปอยู่ด้านใน หรือ หรือบางครั้งก็เป็นขนที่เติบโตอยู่ในรูขุมขน ซึ่งขนคุดนี้ นอกจากจะทำให้เกิดตุ่มนูนน่าเกลียดบริเวณผิวหนังแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดการอักเสบภายใต้ผิวหนัง จนเกิดการอักเสบ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการเกิดสิวอักเสบนั่นเอง ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะสิวก็คือปัญหาที่เกิดจากการที่รูขุมขนอุดตันเพราะไขมันและสิ่งสกปรก ดังนั้นหากขนคุดเกิดขึ้นจากการที่รูขุมขนปิดไป หรือ ขนงอกผิดทิศทางภายในรูขุมขนก็ย่อมทำให้เกิดการอักเสบได้ไม่ต่างกัน วิธีในการป้องกันไม่ให้เกิดขนคุด หากถามว่าวิธีไหนดีที่สุด อาจจะได้รับคำตอบว่า มันคือการปล่อยให้ขนงอกยาวตามธรรมชาติ ไม่ต้องไปดึงไปถอนหรือโกนมันออก ซึ่งแน่นอนว่าวิธีนี้คงไม่เข้าท่านัก เพราะหากว่ามันเป็นขนที่เกิดในจุดที่เราไม่ต้องการมันก็เป็นปัญหาที่เราจะต้องพยายามขจัดออกไป ไม่ว่าจะเป็นขนรักแร้ หรือ ขนหน้าแข้ง หรือ หนวดเครา สำหรับบางคนที่ไม่ต้องการ อยากมีใบหน้าที่ใสเนียน ซึ่งวิธีการป้องกันและกำจัดมีดังนี้
  • หลังจากมีการ กำจัดขน ควรทำการบำรุงผิวเพื่อลดอาการระคายเคือง ด้วยการใช้ครีมบำรุง หรือทำทรีทเมนท์ เพื่อไม่ให้เกิดจากการกำจัดขนระคายเคืองมาก บริเวณรูขุมขน ซึ่งจะก่อให้เกิดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วและเกิดการอุดตันที่รูขุมขน
  • หลังจากการแว็กซ์ ถอน หรือโกน ผ่านไปสัก 2-3 วันควรมีการขัดหรือสครับผิว เพื่อทำความสะอาดรูขุมขนไม่ให้เกิดการอุดตันป้องกันการเกิดขนคุดได้
  • การยิงเลเซอร์ เป็นการจัดการที่น่าจะได้ผลยาวนานที่สุด เนื่องจากเป็นการใช้แสงจี้ลงไปทำลายรากขนให้ตาย ทำให้ไม่เกิดการงอกใหม่ แต่อย่างไรก็ตามวิธีนี้เสียค่าใช้จ่ายมากกว่าวิธีอื่นๆ และไม่ใช่ว่าขนจะไม่กลับมาอีก เพราะขนสามารถเกิดขึ้นได้ใหม่เสมอ
การ กำจัดขน เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดขนคุดได้ดังนั้นในเวลาที่เราจะทำการขจัดขน ก็ควรหาวิธีป้องกันปัญหาเรื่องนี้เอาไว้ด้วยก็จะดีที่สุด เพื่อให้ผิวของเราขาวเกลี้ยงเกลาได้ดังใจ และไม่เกิดมีปัญหาขนคุด หรือมีอาการอักเสบที่ก่อให้เกิดความเจ็บและเป็นปัญหาเรื่องความสวยงามของผิวด้วยเช่นกัน
วิธีในการ กำจัดขน มีหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการถอน การโกน การแว็กซ์ขน การใช้ฮอร์โมน การใช้ความร้อนของคลื่นวิทยุ ไปจนถึงวิธีการใช้แสงเลเซอร์ แต่วิธีที่นิยมมากที่สุดน่าจะมีอยู่ 2 แบบ ก็คือ การถอน และการโกน ซึ่งเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย สามารถทำเองได้ที่บ้าน มีค่าใช้จ่ายไม่มากนัก และยังไม่เจ็บปวดมากเท่ากับการถอนทีละเส้น ซึ่งเป็นวิธีดั้งเดิม ที่เจ็บปวดมากและเกิดอาการระคายเคืองที่ผิวหนัง ทำเกิดปัญหาผิวพรรณ (จำพวกรอยหนังไก่) และอาจเกิดปัญหาเรื่องขนคุดได้ง่ายกว่าวิธีอื่นๆ (เนื่องจากมันเป็นการสร้างความระคายเคืองในรูขุมขนที่รุนแรงทำให้เกิดแผลและเมื่อแผลปิดก็เกิดปัญหาขนคุด) แต่ก็มีคำถามว่า 2 วิธีนี้ วิธีไหนดีกว่ากัน ซึ่งเราสามารถเทียบกันได้ดังนี้

การโกนขน
  • ข้อดีของการโกนขนก็คือ สามารถจัดการปัญหาเรื่องขนได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ทาครีมช่วยลดความระคายเคืองเวลาโกนแล้วก็ใช้มีดโกนจัดการโกนขนออกได้เลย ไม่มีขั้นตอนอะไรที่ต้องรออีก ผลที่ได้ก็เกลี้ยงเกลาดี
  • ข้อเสียของการโกนขนคือ หลังจากโกนไปแล้ว ขนที่ขึ้นมาใหม่ได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ข้ามวันหากสัมผัสดูก็จะรู้สึกว่ามีขนใหม่งอกขึ้นมาแล้ว และขนที่งอกใหม่จะมีลักษณะหนาขึ้น เป็นตอดำๆ แข็งๆ ซึ่งทำให้ต้องหมั่นโกนทุกวัน แต่ยิ่งโกนมากปัญหาก็ยิ่งมาก
การแว็กซ์ขน
  • ข้อดีของการแว็กซ์ขนก็คือ หลังจากทำการแว็กซ์แล้วขนที่งอกขึ้นมาใหม่จะเป็นขนที่บางลง หรือมีลักษณะที่เป็นขนอ่อนไม่สากแข็งเหมือนการโกน และกว่าขนจะกลับมาขึ้นก็ใช้เวลานาน อาจจะนานเป็นเดือนเลยก็ได้กว่าจะต้องทำซ้ำอีกครั้งประหยัดเวลาในการดูแลปัญหาเรื่องขนสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลาได้ดี
  • ข้อเสียของการแว็กซ์ขนคือ ใช้เวลานานในการทำมากกว่าการโกน อาจจะต้องใช้เวลานานครึ่งชั่วโมงหรือหนึ่งชั่วโมงในการ กำจัดขน แบบนี้ เนื่องจากมีหลายขั้นตอนในการจัดการตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมผิวให้พร้อมสำหรับการแว็กซ์ การรอให้แว็กซ์ติดกับขนดี และยังต้องมีการทำความสะอาดและบำรุงผิวหลังจากการทำแว็กซ์ด้วย
นี่เป็นข้อดีและข้อเสียของ 2 วิธีในการ กำจัดขน ที่ฮิตที่สุด ซึ่งหากเราดูแล้วก็จะเห็นว่าการโกนทำเสร็จเร็วกว่า เกลี้ยงเกลาดี แต่มีปัญหาตามมาอย่างรวดเร็ว ส่วนการแว็กซ์ถึงจะใช้เวลาเตรียมและเวลาในการทำมากกว่าแต่ก็สามารถขจัดปัญหาเรื่องขนให้นานหลายสัปดาห์ได้ ส่วนใครจะเลือกวิธีไหน ก็สุดแต่ความพอใจและความเหมาะสมในช่วงนั้นๆ
เป็นข่าวเกรียวกราวพอสมควร เมื่อซุปเปอร์สตาร์อย่างมาดอนน่าออกมาถ่ายภาพโพสท่าโชว์ขนบริเวณรักแร้ ซึ่งมันเป็นเทรนการใหม่ที่บอกว่าผู้หญิงก็มีขนรักแร้ได้ไม่ได้น่าเกลียดอะไร ซึ่ง... ไม่แน่ใจว่ามันจะเป็นที่นิยมกันมากหรือไม่ แต่เท่าที่ดูในเมืองไทยไม่ได้รับการตอบรับมากนัก ตรงกันข้ามกับเทรนการมีผิวสวยใต้วงแขน (ซึ่งก็หมายถึงรักแร้นั่นแหละ แต่เขาเลี่ยงไปใช้คำที่ดูสละสลวยมากกว่า) คือ นอกจากจะมีการ กำจัดขน บริเวณรักแร้จนหมด ยังมีความพยายามทำให้มีขาวใสอีกด้วย ! เพื่อที่ว่าเวลาใส่เสื้อแขนกุด หรือใส่ชุดโชว์หรือเปิดบริเวณแขนจะได้สามารถยกแขนขึ้นได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องมาเหนียมอายกับรอยดำคล้ำของข้อพับตรงจุดนี้ ตกลงเอาเป็นว่า สำหรับสาวไทยของเราเทรนไว้ขนรักแร้ยังจุดไม่ติด ! เพราะฉะนั้นเรามาดูเรื่องวิธีการ กำจัดขน ใต้วงแขนแบบต่างๆ กันดีกว่า

วิธีขจัดขนรักแร้
  • การถอน เป็นวิธีที่คลาสสิกที่สุด อุปกรณ์ก็น้อยมากแค่แหนบอันเดียวเอาอยู่ แต่ขอบอกว่าเวลาทำมันช่างทรมานน้ำตาเล็ดกันเลยทีเดียว และใช้เวลาจัดการค่อนข้างนาน เอียงคอกันเมื่อย แต่ที่น่ากลัวที่สุดเห็นจะเป็นเรื่องการเกิดรอยนูนที่ผิวหนังที่เรียกว่ารอยหนังไก่ ทำให้มีปัญหาไม่กล้าอวดวงแขนอีกเช่นกัน
  • การโกน เป็นวิธีที่นิยมกันมากวิธีหนึ่ง ทำได้ง่ายและรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามขนกลับมางอกยาวเร็วมาก หลังจากโกนแค่ 2-3 วันจะเป็นตอขึ้นมาแข็ง ทิ่งแทงเนื้อใต้วงแขนให้รู้สึกรำคาญ และขนที่ขึ้นใหม่ก็แลดูเส้นใหญ่หนากว่าเดิมด้วย
  • การแว็กซ์ขน วิธีนี้ก็เป็นที่นิยมกัน เพราะทำให้ไม่มีปัญหาขนรักแร้มารบกวนไปนาน อาจจะเป็นเดือนๆ ด้วยซ้ำ และขนที่ขึ้นมาให้ก็เป็นจนเส้นเล็ก อย่างไรก็ตามมันก็เจ็บอยู่ครู่หนึ่งหลังจากทำการแว็กซ์ดึงขนให้หลุดออกไป
  • การใช้ครีมกำจัดขน เป็นวิธีที่น่าสนใจไม่เจ็บ แต่อย่างไรก็ตามต้องระวังในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และต้องควบคุมเวลา เพราะหากทิ้งไว้นานเกินไป เนื้อใต้วงแขนอาจเกิดอาหารแสบร้อนได้ และขนจะกลับาใหม่ในหนึ่งสัปดาห์
  • การใช้แสงเลเซอร์ วิธีนี้กำจัดขนได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะใช้แสงที่มีความเข้มยิงลงไปทำลายรากขน ทำให้ไม่มีขนกลับมาใหม่เร็วนัก (อาจนานหลายๆ เดือนกว่าขนจะขึ้น) เสียแต่ว่ามีราคาค่อนข้างแพงและต้องเลือกสถานบริการที่ชำนาญด้วย
นี่เป็นวิธีในการ กำจัดขน รักแร้ ที่นิยมทำกันในปัจจุบัน ซึ่งก็ยังมีวิธีอื่นๆ อีกหลายอย่าง ส่วนใครจะเลือกใช้วิธีไหน ก็ขอให้ลองศึกษาข้อดีข้อเสียและวิธีการให้ดีก่อนตัดสินใจ เพื่อให้เหมาะสมและน่าพอใจมากที่สุดสำหรับเจ้าตัวเอง
ใบหน้าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการเข้าสังคมและพบปะผู้คน เนื่องจากมันเป็นจุดที่คนเราจะถูกมองเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะโดยจากคนที่รู้จักหรือคนอื่นที่ไม่รู้จัก ดังนั้นผู้คนส่วนใหญ่จึงให้ความสำคัญกับใบหน้าเป็นอันดับต้นๆ เราจะเห็นได้ว่าหากนับในเรื่องเครื่องประทินโฉม ความสวยความงาม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของใบหน้าล้วนๆ ! ดังนั้นอะไรที่ทำให้ใบหน้ามีปัญหามันก็เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ! และหนึ่งในเรื่องที่ทำให้ใบหน้ามีปัญหาก็คือเรื่องของ ขน ซึ่งแม้จะเป็นสิ่งที่เราทุกคนมีอยู่แล้วตามธรรมชาติ แต่หากว่ามันมีมากเกินไป และเราเป็นคนที่นิยมความขาวใสบนใบหน้า (ไม่ว่าจะคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย) ขนเหล่านี้ก็เป็นปัญหาและเราต้องหาวิธีในการที่จะ กำจัดขน ออกไป

วิธี กำจัดขน บนใบหน้ามีอยู่หลายวิธี ซึ่งสามารถช่วยให้เรามีผิวหน้าที่ดูกระจ่างและดูดีได้ แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทุกวิธีที่เหมาะสม เนื่องจากอาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังและแน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้มันเกิดปัญหาที่ยุ่งยากมากขึ้นบนใบหน้าเราแน่ ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เช่น...

การโกน เป็นวิธีที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไป เป็นวิธีที่ทำได้รวดเร็ว แต่ไม่ใช่วิธีที่เหมาะนัก เพราะขนจะกลับขึ้นมาเร็วมากและจะมีเส้นขนที่ดูหนาขึ้นใหญ่ขึ้น

การถอนด้วยแหนบ เป็นอีกวิธีที่ใช้ได้ แต่เหมาะเฉพาะขนเส้นใหญ่ๆ และมีจำนวนน้อยๆ เท่านั้น หากมีมากวิธีนี้ไม่เหมาะเพราะเจ็บปวด และอาจเกิดปัญหารูขุมขนอักเสบได้

การใช้ครีมขจัดขน เป็นอีกวิธีหนึ่งที่มีคนนิยมใช้ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ปลอดภัย และต้องระวังเรื่องดวงตา รวมถึงระยะเวลาในการล้างออกต้องอยู่ในเวลาที่กำหนด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายจากการกัดของสารที่ใช้ขจัดขน การดึงด้วยเส้นด้าย เป็นวิธีที่ทำได้เร็ว เรียกอีกชื่อว่า หมั่งหมิง แต่อย่างไรก็ตาม ต้องใช้ผู้ที่มีความชำนาญในการทำ ทำเองไม่ได้

การแว็กซ์ เป็นอีกวิธีที่เป็นทางเลือกที่คนสนใจใช้กันมาก เพราะสามารถขจัดขนได้ทีละมากๆ โดยเฉพาะขนอ่อนบนใบหน้าทำให้ใบหน้าหมดจด แต่ควรมีการดูแลหลังการแว็กซ์ด้วย

การทำเลเซอร์ เป็นอีกวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าดี แต่มีราคาแพง และไม่ได้ทำให้ขนหายไปอย่างถาวรแบบที่เข้าใจกัน เพราะขนยังงอกใหม่ได้เสมอ แต่ก็อาจจะนานสักหน่อย เพราะเลเซอร์สามารถทำลายได้ลึกถึงรากขน นี่เป็นตัวอย่างวิธีการ กำจัดขน บนใบหน้า ซึ่งเป็นวิธีที่นิยมใช้ ส่วนจะเลือกวิธีไหนก็อยู่ที่ความเหมาะสมและความพอใจของแต่ละคน
การ กำจัดขน ด้วยเลเซอร์ เป็นวิธีการขจัดขนที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะสามารถจัดการได้ที่ต้นตอของขนคือสามารถลงไปทำลายได้ลึกถึงรากขน และไม่ทำให้เกิดการอักเสบหรือติดเชื้อ แม้จะมีอาการเจ็บเล็กน้อย (ในบางราย) แต่ก็ไม่ได้ก่อให้เกิดปัญหามากนัก และที่สำคัญมันไม่ทิ้งรอยน่าเกลียด ผิวจะกลับมาเรียบเนียนในเวลาไม่กี่วันหลังจากทำ (ช่วงแรกอาจมีรอยแดงเล็กๆ บ้างส่วนมากจะหายไปภายในเวลา 3-4 วัน)

การทำเลเซอร์จริงๆ แล้วมีอยู่หลายวิธี ที่นิยมทำกันมากๆ ในปัจจุบันก็เช่น Diode Laser ซึ่งก็มีอยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อ ตั้งแต่เครื่องที่ปล่อยแสงที่มีความยาวคลื่น 810 nm ไปจนถึง 1060 nm และที่หัวเลเซอร์ยังมีระบบทำความเย็นที่ช่วยลดอุณหภูมิที่ผิวในเวลาทำเลเซอร์ด้วย และ YAG ซึ่งเป็นการใช้คลื่นสั้นขนาด 532 nm และ 1064 nm นอกจากมันจะสามารถทำลายรากขนได้แล้วยังสามารถช่วยในการกระตุ้นคลอลาเจนใต้ผิวหนังได้ด้วย (อย่างไรก็ตาม เครื่องชนิดนี้มีหลายแบบทั้งที่เหมาะกับการขจัดขนและแบบที่ใช้ในการรักษาฝ้าหรือกระที่ผิวหนัง) และยังมี เครื่องประเภทอื่นๆ อีก แต่ 2 แบบที่เรากล่าวมานิยมใช้มากที่สุด

อย่างไรก็ตามปัญหาของการใช้เลเซอร์กำจัดขนก็คือมันมีราคาค่อนข้างสูงอยู่สักหน่อย แต่หากซื้อเป็นคอร์สราคาทำต่อครั้งก็จะถูกลงมา เนื่องจากการทำเลเซอร์จริงๆ แล้วไม่ได้สามารถขจัดขนให้หมดไปได้ในครั้งเดียว อย่างที่เข้าใจกัน จะต้องมีการทำซ้ำประมาณ 6 – 8 ครั้ง จึงจะสามารถทำให้ขนหมดไปได้และ... นั่นยังไม่ใช้การหมดไปอย่างถาวร ร่างกายของเรายังสามารถสร้างขนใหม่ขึ้นมาทดแทนได้อีก ดังนั้นหากบอกว่ามันเป็นการกำจัดขนถาวรอาจจะไม่เป็นจริงทั้งหมด แต่มันก็เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดและใช้เวลานานกว่าที่จะมีขนใหม่ขึ้นมากวนใจ และขนใหม่ที่ขึ้นมาก็จะเป็นขนอ่อนไม่ได้มีปัญหาที่ทำให้เกิดความน่าเกลียดเร็วนัก อาจจะต้องมีการทำซ้ำอีกบ้างแต่ก็หลายๆ เดือนครั้ง

ส่วนในเรื่องการดูแลหลังจาก กำจัดขน ด้วยเลเซอร์แล้ว จะต้องระวังในช่วงหนึ่งสัปดาห์แรก เราจะต้องไม่ขัดถูผิวบริเวณนั้นแรงๆ หรือใช้สารที่มีความระคายเคือง โดยเฉพาะการทำเลเซอร์ที่รักแร้ ช่วงแรกจะต้องงดใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่น โดยเฉพาะที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ชั่วคราว เพื่อไม่ให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหนังที่พึ่งผ่านการทำเลเซอร์มา

เพราะฉะนั้นการ กำจัดขน ด้วยเลเซอร์จึงไม่ใช่การกำจัดขนอย่างถาวรในแบบที่เราเข้าใจ แต่มันเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการกำจัดขนและทำให้ปัญหาเรื่องขนกลับมารบกวนได้ช้าที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับผิวที่มีและเป็นที่นิยมมากที่สุดในขณะนี้
กลิ่นตัว เป็นปัญหาที่คนกังวลกันมาก ใครที่รู้สึกว่าตนเองมีกลิ่นตัว แน่นอนว่าความมั่นใจในตัวเองก็จะลดลง แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ส่วนมากจะไม่ค่อยรู้ว่าตัวเองมีกลิ่นตัวและคนที่ไม่สนิทกันมากๆ ก็ไม่มีใครกล้าที่จะเอ่ยปากเรื่องนี้ นั่นทำให้กว่าเจ้าตัวจะรู้ก็ขายหน้าเขาไปทั่วเสียแล้ว ! นั่นจึงเป็นเรื่องที่เราต้องระวังตนเองอยู่เสมอเพื่อให้ต้องมานึกขายหน้าในภายหลัง อย่างไรก็ตามนอกจากการใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกายที่มีขายอยู่มามายหลายยี่ห้อ การ กำจัดขน ในบริเวณรักแร้ถูกมองว่ามันเป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยในการลดปัญหากลิ่นตัว แต่บางคนก็บอกว่ากลิ่นตัวมาจากเหงื่อที่ออกมากบริเวณรักแร้ ที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ซึ่งหลายคนก็เชื่อเช่นนั้น เราจะเห็นได้ว่ามีเครื่องสำอางที่ใช้ดับกลิ่นหลายชนิดออกโฆษณาว่าทำให้ใต้วงแขนแห้ง ซึ่งเรื่องนี้ก็ทำให้คนเชื่อว่าปัญหาเรื่องกลิ่นตัวมาจากเหงื่อ แต่จริงๆ แล้วมันเป็นเช่นนั้นหรือไม่ และกลิ่นกายส่วนนี้มันเกิดจากอะไรกันแน่

กลิ่นตัวบริเวณรักแร้ เกิดจากอะไร ? กลิ่นตัวบริเวณรักแร้ ที่หลายคนเรียกกันว่า “กลิ่นเต่า” เกิดจากต่อมเหงื่อที่เรียกว่า อะโพครายน์ หลั่งของเหลวออกมาพร้อมกับเหงื่อ ซึ่งของเหลวนี้เป็นสีขาวคล้ายน้ำนม แต่มันมีปริมาณน้อยมากจึงไม่สามารถสังเกตเห็นได้ แต่ว่าไม่ใช่ของเหลวชนิดมีกลิ่นที่เหม็น จึงทำให้เกิดกลิ่นตัวรุนแรง แต่เป็นเพราะแบคทีเรียทีผิวหนังเข้ามาทำการย่อยของเหลวชนิดนี่เกิดการหมักตัวและเกิดกลิ่นขึ้น ดังนั้นเราอาจพูดได้ว่าปัญหาของกลิ่นตัวที่แท้จริงไม่ใช่เหงื่อที่ออกมา หรือแม้แต่ของเหลวที่ชื่ออะโพครายน์ตัวนั้น แต่มันเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่เป็นตัวการทำให้เกิดกลิ่น บางคนอาจจะเคยสังเกตว่า เวลาเราใส่เสื้อบางตัวเท่านั้นที่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นขึ้น และบางทีเพียงแค่ถอดเสื้อออกกลิ่นตัวก็หายไป คือ... ตัวของเราไม่มีกลิ่นแต่กลับมีกลิ่นที่เสื้อ ! นั่นหมายความว่าของเหลวที่ไหลออกมากับเหงื่อไปเกิดการหมักตัวกับแบคทีเรียที่เสื้อแทน

สำหรับเรื่องการ กำจัดขน บริเวณรักแร้นั้น เชื่อว่าสามารถช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นได้จริง เนื่องจากยิ่งมีขนมากบริเวณใต้วงแขนก็ยิ่งมีความอับชื้นมาก ซึ่งแบคทีเรียชอบสภาพแบบนี้ ดังนั้นการโกนขน แว็กซ์ขน กระทั่งการทำเลเซอร์เพื่อขจัดขนบริเวณรักแร้ จึงเป็นอีกหนึ่งส่วนที่ช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นตัวได้ และสิ่งที่ได้แถมมาก็อาจจะเป็นความกล้ามากขึ้นในการโชว์ผิวใต้วงแขน นอกเหนือไปจากการหมดปัญหาเรื่องกลิ่นตัวแล้ว
ขนคุด คืออาการที่ขนไม่สามารถแทงยื่นออกมาจากรูขุมขนได้ตามปกติ แต่มันไปเกิดการงอกอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งทำให้ผิวหนังเกิดเป็นตุ่มตะปุ่มตะป่ำดูน่าเกลียด และบางทีก็อาจเกิดปัญหาการอักเสบของผิวหนังขึ้นได้ ไม่แตกต่างจากปัญหาการเกิดสิวอุดตันอักเสบ เรื่องขนคุดกับสิวอักเสบนั้นนอกจากคล้ายแล้วยังเกี่ยวข้องกัน เนื่องจาก ไม่ว่าจะสิว หรือขนคุดก็เกิดจากปัญหาภายในรูขุมขนเช่นเดียวกันทั้งสิ้น สิวนั้นเกิดจากการที่มีไขมันและสิ่งสกปรกไปอุดตันรูขุม เหงื่อและน้ำมันตามธรรมชาติไม่สามารถออกมาที่ผิวหนังได้ ส่วนขนคุดก็คือขนไม่สามารถออกไปจากรูขุมขน ซึ่งทั้งสองแบบนี้หากว่ามีเชื่อแบคทีเรียเข้าไปอยู่ภายในด้วยก็จะเกิดการหมักหมมและเกิดปัญหาการอักเสบขึ้นมาก สำหรับขนคุดนั้น เราพบได้บ่อยหลังจากมีการโกนหนวด หรือ กำจัดขน บนใบหน้าด้วยวิธีการ ถอน การโกน หรือการแว็กซ์ขน

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะในเวลาที่เราขจัดขนด้วยวิธีต่างๆ ที่กล่าวมา รูขุมขนและผิวหนังจะเกิดการระคายเคือง ซึ่งส่งผลให้เกิดแผลเล็กๆ หรือมีการอักเสบ จากนั้นก็จะมีเซลล์ผิวหนังที่ถูกทำลายตายลง ซึ่งเซลล์ผิวหนังพวกนี้แหละที่มันจะไปก่อให้เกิดปัญหากับรูขุมขน เมื่อมันไปผสมเข้ากับน้ำมันจากรูขุมขนก็จะเกิดการอุดบริเวณรูขุมขน รวมถึงแผลที่เกิดจากการระคายเคืองปิดตัวลงก็ทำให้รูขุมขนปิดไป ขนไม่มีทางออกมาได้อีกเช่นกัน

ดังนั้นวิธีการที่สามารถช่วยเราได้ก็คือ การขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วเหล่านี้ออก ซึ่งหากเป็นที่ใบหน้าก็เป็นการลดปัญหาสิวไปด้วยในตัว พร้อมทั้งทำให้ผิวหน้าขาวใสขึ้นด้วย

การทำสครับเราสามารถทำเองได้ที่บ้านและอาจจะใช้ของที่มีในบ้านมาทำเป็นสารสครับผิว เช่น สูตรทำสครับจากเกลือและโยเกิร์ต ใช้เกลือป่นผสมกับโยเกิร์ตจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกันและใช้ขัดใบหน้าด้วยการใช้นิ้วคลึงเบาๆ ไปให้ทั่ว ประมาณ 4-5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น

สูตรสครับน้ำตาลผสมน้ำผึ้งและน้ำมันมะกอก ผสมส่วนผสมทั้ง 3 อย่างเข้าด้วยกันพอน้ำตาลละลายก็เอามาขัดใบหน้าให้ทั่ว ทิ้งไว้ 5 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้นอกจากจะสามารถขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วได้ ยังช่วยในเรื่องการกระชับรูขุมขนได้ด้วย การสครับผิว เป็นเรื่องที่ควรทำ แต่อย่างไรก็ตามไม่ใช่ทำทันทีหลังจาก กำจัดขน เสร็จ ควรรอสัก 1-2 วัน เพื่อให้ผิวเริ่มฟื้นตัวจากการขจัดขนก่อนแล้วจึงค่อยสครับ ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นการไปเพิ่มความระคายเคืองให้กับผิวให้รุนแรงยิ่งขึ้นนั่นเอง
การ กำจัดขน ด้วยวิธีการโกน เป็นวิธีที่เชื่อว่ามีผู้คนนิยมใช้มากที่สุดวิธีหนึ่งเนื่องจากเป็นวิธีที่ทำได้ง่าย แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคนก็คงยอมรับว่ามันเป็นวิธีที่แก้ไขปัญหาได้ในระยะเวลาที่ค่อนข้างสั้น เพราะโกนวันนี้ พรุ่งนี้เอามือลูบก็เริ่มเจอตอแข็งๆ สั้นๆ งอกขึ้นมาเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการโกนหนวดเครา หรือโกนขนในบริเวณต่างๆ นอกจากนั้น การโกนยังก่อให้เกิดปัญหาเรื่องรอยแดง อาการระคายเคืองที่ผิวหนัง ปัญหาแผลจากการถูกคมมีดโกนบาด ไปจนถึงปัญหาเรื่องขนคุด ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หากเราใช้วิธีนี้การขจัดขน

ดังนั้นเพื่อลดปัญหาเราก็ควรมีการตระเตรียมและเพิ่มกระบวนการบางอย่างเข้าไป เพื่อให้ปัญหาที่เกิดจากการใช้วิธีโกนลดลง สิ่งที่ควรทำ เมื่อใช้มีดโกนในการ กำจัดขน
  • ควรใช้น้ำอุ่นในการโกน ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งการโกนหนวดโกนเคราไปจนถึงโกนขนหน้าแข้ง สาเหตุที่ควรใช้น้ำอุ่นก็เพราะมันทำให้รูขุมขนขยายตัวออก และเส้นขนมีลักษณะอ่อนนิ่มโกนง่าย และในเวลาเดียวกันก็ไม่ควรโกนด้วยน้ำเย็นเนื่องจากรูขุมขนในเวลาที่เราใช้น้ำเย็นนั้นมันหดตัวเข้า ทำให้โกนสะดุด และโกนหรือแม้แต่หนวดได้ไม่เกลี้ยงเท่าที่ควร หากจะให้ดีใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นโปะบริเวณจะโกนไว้สักครู่จะดีที่สุด แต่หลังโกนเสร็จแล้ว เราสามารถใช้น้ำเย็นล้างได้ เพื่อคืนความกระชับให้ผิว
  • ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มความลื่นในการโกนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นครีมหรือเจลที่ใช้สำหรับโกนโดยเฉพาะ หรือหากไม่มีอย่างน้อยก็ควรใช้สบู่ หรือแม้แต่ครีมนวดผมช่วย ไม่ควรโกนโดยไม่มีสารใดช่วยหล่อลื่น เนื่องจากอาจเกิดความระคายเคือง และอาจเกิดแผลถลอกได้เวลาที่เรากำจัดขน
  • ควรเปลี่ยนใบมีดใหม่เสมอ แม้ว่าเราจะใช้เพียงคนเดียว ไม่ต้องกังวลมากในเรื่องการติดเชื้อทางเลือด แต่อย่าลืมว่า มีดโกนใหม่คมกว่า ทำให้โกนง่าย โกนได้เกลี้ยงเกลา อย่าใช้มีดโกนเก่าๆ ที่ทื่อแล้วเพราะมันอาจทำให้เกิดบาดแผลจากการถลอกได้ง่ายๆ
  • ควรล้างมีดเสมอในช่วงที่โกน ไม่ควรปล่อยให้ใบมีดเต็มไปด้วยเส้นขน เพราะมันทำเกิดการโกนที่ไม่เกลี้ยงเกลาได้ เพราะมีเศษขนที่โกนออกไปแล้วขวางใบมีดอยู่
  • ควรมีการทาครีมบำรุงผิว หลังการโกนเสร็จเพื่อให้ความชุ่มชื้นและบำรุงผิวที่ถูกโกน เพื่อลดอาการระคายเคือง
  • ควรมีการสครัปผิวบ้างหลังจากวันที่โกนขนผ่านไปสัก 1-2 วัน เพื่อขจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และเป็นการเปิดรูขุมขนไม่ให้อุดตันจากเซลล์ผิวหนังที่ตายเหล่านั้นอันเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาขนคุด
นี่เป็นสิ่งที่ควรทำ หากว่าต้องการ กำจัดขน ด้วยวิธีการโกน เพื่อลดปัญหาที่อาจขึ้นหลังจากการโกนให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้